ดูดไขมัน


ดูดไขมัน



ในยุคที่การดูดไขมันยังไม่ได้รับความนิยมเป็น เพราะมีอัตราเสี่ยงของผลข้างเคียงค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันมีวิวัฒนาการและความสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่น การดูดไขมันชนิดที่มีการฉีดน้ำยาเข้าไปให้เต็มพื้นที่ที่ต้องการจะดูดไขมันที่เรียกว่า Tumescent Liposuction วิธีการนี้ส่วนใหญ่จะใช้แรงดูดสูงทำให้ไขมันถูกดูดมาได้โดยเฉพาะไขมันที่มีการเกาะตัวกันสูงทำให้มีโอกาสมากที่เนื้อเยื่อส่วนอื่นๆเช่นเส้นเลือดเส้นประสาทจะฉีกขาดจนเป็นอันตรายได้ดังนั้นการดูดด้วยวิธีนี้เพียงอย่างเดียวจึงไม่ค่อยได้รับความนิยม ปัจจุบันมีเครื่องมือหลายชนิดที่ทำให้การดูดไขมันปลอดภัยขึ้น ง่ายขึ้น แผลภายในชอกช้ำน้อยลง หายเร็วขึ้น และทำให้การดูดไขมันเป็นมากกว่าการเอาไขมันส่วนเกินออก แต่สามารถปรับรูปร่างให้ดียิ่งขึ้นตอบสนองกับความต้องการของผู้คนปัจจุบันที่อยากมีหุ่นดีหุ่นสวยได้ นอกจากนี้การนำเครื่องมือมากกว่า 1 ชนิดมารวมกันไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเติมเต็มช่วยเสริมก้น เช่น vaser สลายไขมันทั่วไป แล้วใช้ดูดด้วยเครื่อง powerซึ่งปัจจุบันมีทั้งแบบตันสลับหน้าหลังหรือการหมุนเป็นวงกลมรอบตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์ดีมากตามลำดับ อย่างไรก็ตามเครื่องมือแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปแต่โดยรวมก็ทำให้การดูดไขมันได้ผลดีมากขึ้นจนทำให้แทบจะทุกส่วนในร่างกายทั้งในส่วน ลำตัว แขนและขา ศัลยแพทย์สามารถทำการดูดไขมันได้แต่อยากจะเน้นย้ำว่าการดูดไขมันไม่ใช่การลดความอ้วน ดังนั้นดูดไขมันแล้วน้ำหนักจะไม่ลดลง การดูดไขมันจึงเป็นเพียงการปรับลดรูปร่างเฉพาะส่วนให้ดูดีกลมกลืนไปกับสัดส่วนอื่นๆได้เท่านั้น ใครเหมาะสมที่จะดูดไขมัน ผู้ที่จะรับการดูดไขมันได้ควรเป็นผู้ที่มีความพร้อมทางร่างกายและจิตใจอย่างนี้

  1. ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายในการรับการดูดไขมัน
  2. มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือใกล้เคียงมาตรฐานโดยทั่วไปน้ำหนักมาตรฐานสำหรับผู้หญิงคำนวณจากส่วนสูง (cm) ลบด้วย 110 กิโลกรัม
  3. สำหรับผู้ชายจะเป็นส่วนสูง (cm) 100 กิโลกรัม หรือควรมีค่า BMI (น้ำหนัก (กก.) หารด้วยส่วนสูง อยู่ระหว่าง 18 ถึง 25
  4. หากผู้ที่ต้องการจะดูดไขมันมีน้ำหนักตัวมากเกินไปจะทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นและเห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจนใช้เวลาในการฟื้นตัวนานและอาจจะไม่ได้ผลเต็มที่
  5. มีสภาพจิตใจเป็นปกติมีความต้องการที่เหมาะสมและเป็นไปได้โดยไม่คาดหวังเกินความเป็นจริง เพราะการดูดไขมันช่วยกำจัดไขมันออกได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น
  6. ผู้ดูดไขมันต้องบรรลุนิติภาวะอายุ 20 ปีขึ้นไป

การเตรียมตัวก่อนการดูดไขมัน ก่อนที่จะรับการดูดไขมันควรเตรียมร่างกายให้พร้อมเสียก่อนโดยตรวจเช็คร่างกายและผลเลือด หาค่าความเข้มข้นของเลือด เกล็ดเลือด ตรวจคลื่นหัวใจ การติดเชื้อแฝง (พาหะโรค) หรือตรวจเช็คการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เช่น ตับ ไต การแข็งตัวของเลือดในรายที่สูงอายุ เป็นต้น ถ้าพบสิ่งผิดปกติก็ต้องไปตรวจเพิ่มเติมโดยแพทย์เฉพาะทางเสียงก่อน และสำหรับผู้ที่ต้องการดูดไขมันหลายจุดนั้นแพทย์จะแนะนำให้รับประทานอาหารเสริมวิตามิน หรือ ธาตุเหล็ก 2-4 สัปดาห์ก่อนทำการดูดไขมัน ในรายที่สูบบุหรี่ต้องงดการสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 ถึง 4 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด ผู้ที่มีน้ำหนักเกินควรควบคุมอาหารลดน้ำหนักและออกกำลังกายเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและฟื้นตัวได้ไวขึ้น รวมถึงในผู้ที่อ้วนลงพุงนั้นจะมีการแนะนำเพิ่มเติมให้ใส่ชุดรัดลำตัวก่อนทำการดูดไขมัน นอกจากเพื่อช่วยให้ชินกับการพันผ้ารัดหลังการดูดไขมันแล้วยังเป็นการเตรียมกระเพาะอาหารและลำไส้ให้ชินกับการกินน้อยลงด้วย วิธีการดูดไขมัน เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดบริเวณที่จะผ่าตัดและบริเวณใกล้เคียงด้วยสบู่ยาจากนั้นจะทำการกำหนดจุดที่จะทำการดูดไขมันและในราย ที่ไม่ได้ดมยาสลบจะให้ยาชาเพื่อระงับความเจ็บปวดหรือเพื่อให้ยาเสริมเช่นยาคลายความตึงเครียดโดยการเปิดแผลขนาดเล็กไม่เกิน 5 มม. ไว้เป็นช่องทางสำหรับใส่น้ำยาเข้าไปทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีจึงเริ่มทำการสลายไขมันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่กล่าวไว้ข้างต้น หลังผ่านกระบวนการสลายไขมันจนไขมันแตกตัวแล้วจะดูดไขมันออกด้วยเครื่องดูดแรงดูดต่ำซึ่งจะได้ไขมันที่แตกตัวแล้วควรออกมากับน้ำเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการก็ทากาวปิดแผลและพันผ้าปิดแผลหรือใส่ชุดรัดลำตัวให้เหมาะสมกับขนาดของผู้ที่ดูดไขมัน การดูแลหลังการดูดไขมัน ควรมีการจัดท่าให้เหมาะสม เช่น ถ้าดูดไขมันต้นแขนก็ให้ยกแขนสูง ถ้าดูดไขมันที่ต้นขาก็ให้ยกขาสูง ถ้าดูดไขมันที่ท้องและมีรูระบายอยู่ที่ขาหนีบก็ควรลุกยืนเป็นระยะ โดยทั่วไปแล้วอาการบวมภายหลังการดูดไขมันจะคงอยู่กว่า 1 สัปดาห์ เมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 2 อาการบวมจะค่อยๆลดลงจนครบ 2 สัปดาห์ แผลก็จะสมานและอาการคั่งของน้ำเหลืองจะหายไป เกิดการกระชับมากขึ้นจนสามารถเดินเหินไปมาได้ ช่วงแรกอาจจะรู้สึกตึงมีอาการปวดแต่จะค่อยๆดีขึ้นจนหลังสัปดาห์ที่ 6 จึงออกกำลังกายได้มากขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันมีการพัฒนาการดูดไขมันให้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น สามารถเลือกดูดไขมันให้มีส่วนลึกส่วนตื้นจนกลายเป็นการดูดไขมันที่ความคมชัดตามส่วนต่างๆ เพื่อให้ได้รูปร่างเฉพาะส่วนที่เน้นให้เห็นมัดกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อหน้าอก กล้ามเนื้อต้นแขน หรือ กล้ามเนื้อหลังเป็นต้น ตั้งแต่การปรับรูปร่างกำจัดส่วนเกินออกจนถึงการปรับรูปร่างให้มีส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้นในผู้หญิงหรือเห็นกล้ามชัดขึ้นในผู้ชายซึ่งการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วยจะทำให้ท่านได้รูปร่างที่สมส่วนไปจนถึงความงดงามบนเรือนร่างเฉกเช่นนายแบบนางแบบหรือนักกีฬาได้เช่นกัน ไขมันที่ดูดออกแล้วนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง ไขมันไม่ใช่ของดีและไม่ใช่ของที่ไม่ดีเสียทีเดียว แต่ยังสามารถใช้ไขมันของเราเองให้เป็นประโยชน์ได้หลายส่วน เช่น

  1. เติมเต็มใบหน้า การที่ร่างกายมีไขมันใต้ผิวหนังทำให้ผิวหนังดูชุ่มชื้นขึ้นและเมื่ออายุมากขึ้นไขมันฝ่อตัวลงก็จะดูเหี่ยวย่น การเติมไขมันบริเวณใบหน้าก็จะช่วยให้ยังดูอ่อนเยาว์นอกจากนี้การเติมไขมันที่ใบหน้าจะช่วยให้การปรับรูปหน้า เช่นในคนที่แก้มตอบ ขมับหวำ คล้ายบุบลึก หน้าผากแบนราบ ก็จะใช้ไขมันปรับหน้าได้ อีกทั้งการแก้ไขปัญหาบางประการจากการผ่าตัด เช่น หลังทำการผ่าตัดเปลือกตาแล้วเอาไขมันออกมากเกินไปเกิดตาหวำ หรือเกิดแผลเป็นบุ๋มจากการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ นอกจากนี้ความผิดปกติของใบหน้าแต่กำเนิดบางอย่างการเติมไขมันก็จะช่วยแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้
  2. เสริมเต้านม ในสตรีที่ทรงหน้าอกเล็กนอกจากใช้ซิลิโคนเสริมเต้านมแล้วยังอาจใช้ไขมันส่วนเกินเช่น จากบริเวณหน้าท้องหรือต้นขามาใช้ในการเสริมเต้านมได้ แต่การเสริมเต้านมด้วยไขมันจะได้ขนาดที่ใหญ่ขึ้นไม่มาก เนื่องจากการฉีดไขมันแต่ละครั้งจำกัดด้วยปริมาณที่ไม่มากเกินไปและหากฉีดที่อัดแน่นเกินไปจะส่งผลเสียต่อการติดของไขมัน โดยทั่วไปเสริมได้ครั้งละ 150 ถึง 300 ซีซีต่อข้าง หลังจากอยู่ตัวแล้วโดยเฉลี่ยก็จะมีขนาดเต้าเพิ่มขึ้นเพียงครึ่งถึงหนึ่งคัพต่อการฉีด 1 ครั้งเท่านั้น
  3. การแก้ไขแผลเป็น การมีแผลเป็นชนิดบุ๋มจะทำให้เห็นแผลชัดและไม่สวยงามสามารถเติมเต็มแผลชนิดนี้ได้โดยการเติมเต็มบริเวณใต้แผลทำให้อาการบุ๋มดีขึ้นนอกจากนี้การเติมไขมันยังช่วยให้แผลเป็นดึงรั้งน้อยลงและคุณภาพแผลดีขึ้นอีกด้วยคือไขมันจะทำให้แผนนุ่มขึ้น

เทคนิคในการดูดไขมันเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ไขมันที่จะนำมาใช้จะดูดมาจากส่วนใดของร่างกายดีที่สุดคำตอบคือเอามาจากส่วนเกินที่เราไม่ต้องการเพราะจากงานวิจัยพบว่าไขมันไม่ว่าจะเอามาจาก หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือด้านในของเข่า ก็จะได้คุณภาพที่ใกล้เคียงกันทั้งนี้แนะนำให้ดูดไขมันจากส่วนเกินที่มีเกินและต้องการเอาออกอยู่แล้วถือว่าได้ประโยชน์พร้อมกัน 2 ประการคือได้ลดส่วนที่ไม่ต้องการและเพิ่มในส่วนที่ต้องการเติมไขมันเข้าไปนั้นเอง ขั้นตอนการเตรียมไขมัน การเตรียมไขมันแพทย์จะทำการดูดจากส่วนที่ไม่ต้องการแล้วนำมาผ่านกระบวนการทำให้ได้เฉพาะเซลล์ไขมันโดยมีส่วนของน้ำเหลืองหรือเม็ดเลือดปนให้น้อยที่สุดซึ่งมีหลายวิธีเช่นกันตั้งทิ้งไว้ให้ไขมันแยกชั้นการปั่นหรือการกรองซึ่งแต่ละวิธีให้ผลการอยู่รอดของเซลล์ไขมันไม่ต่างกันส่วนการผสมสารบางอย่างเช่นพีอาร์พีหรือเต็มเซลล์เชื่อว่าทำให้เพิ่มอัตราการอยู่รอดของไขมันแต่วิธีนี้ค่าใช้จ่ายยังค่อนข้างสูง เทคนิคการฉีดไขมัน เทคนิคการฉีดไขมันถ้าจะใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็กต่อกับเข็มปลายทู่ฉีดสารกันเป็นร่างแหโดยไม่ฉีดเป็นก้อนเพื่อป้องกันความขุขระและเพื่อให้ไขมันติดดีขึ้น


ถามตอบเรื่องควรรู้ก่อนหลังดูดไขมัน


ข้อควรระวังหลังรับการฉีดไขมันอย่างไรบ้าง
สิ่งที่ต้องระวังหลังการฉีดไขมันคือหากมีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือทานยาที่ต้านการแข็งตัวของเลือดควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีและห้ามกดทับหรือนวดบริเวณที่ฉีดไขมันต้องงดสูบบุหรี่ หรืออยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่ งดรับประทานยาลดความอ้วน หรือออกกำลังกาย 2 สัปดาห์
ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะอยู่ถาวรจริงหรือ
ปกติเซลล์ไขมันที่ทำการฉีดจะมีชีวิตอยู่ระยะเวลาหนึ่งจากนั้นจะต้องการเลือดมาเลี้ยงหากมีเลือดเลี้ยงทันเวลาเซลล์ไข่มันก็จะอยู่รอดหากเลือดมาเลี้ยงไม่ทันเซลล์ไขมันก็จะตายและสลายตัวไปสำหรับส่วนที่เลือดมาเลี้ยงไขมันจะมีชีวิตก็มีโอกาสที่จะอยู่ถาวรอาจมีการผลัดเซลล์บ้างไม่มากซึ่งโดยปกติเซลล์ไขมันจะมีชีวิตรอดหรือที่เรียกกันว่าใครมันติดค่าเฉลี่ยจะประมาณ 20 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์
ปัจจัยที่ไขมันติดน้อยหลังฉีดไขมัน
หลังจากฉีดไขมันแล้วอัตราการอยู่รอดของเซลล์ที่มีปริมาณน้อยอาจมาจากปัจจัยหลายประการ เช่นการฉีดที่จุดใหญ่ ทำให้เลือดเข้าไปเลี้ยงส่วนกลางได้ไม่ถึง การฉีดที่ค่อนข้างแน่นเกินไปเลือดก็จะเข้าไปเลี้ยงได้ยากหรือในคนที่สูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่จะมีเส้นเลือดหดตัวทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงเซลล์ไขมันไขมันก็จะสลายไปสามารถปรับได้โดยการฉีดในลักษณะศาลกันเป็นร่างแหและฉีดไม่แน่นจนเกินไป
ดูดไขมันแล้วเกิดรอยบุ๋มทำอย่างไร
หลังจากดูดไขมันแล้วหากบริเวณนั้นเกิดอาการบุ๋มเพียงเล็กน้อยอาการก็อาจจะค่อยดีขึ้นแต่หากมีรอยบุ๋มมากอาจใช้ไขมันจากบริเวณอื่นมาเติมได้
ฉีดไขมันแล้วไม่เรียบสามารถแก้ไขได้หรือไม่
หลังการฉีดไขมันแล้วผิวไม่เรียบหรือมีลักษณะเป็นคลื่นเล็กๆสามารถเติมไขมันได้โดยใช้เทคนิค microfat คือทำให้เซลล์ไขมันมีขนาดเล็กแล้วฉีดเกลี่ยให้เรียบขึ้นได้แต่หากเป็นก้อนต้องตรวจดูว่าเกิดเป็นซีสต์ หรือก้อนของเซลล์ไขมันกันแน่หากเป็นซีสต์สามารถใช้เข็มเจาะออกได้แต่หากเป็นก้อนไขมันมีวิธีแก้หลายวิธี เช่น ฉีดบริเวณรอบๆเพิ่มเติม เพื่อให้ก้นอุดน้อยลงหรืออาจใช้การผ่าออกหรือฉีดสลายแล้วแต่ดุลพินิจของแพทย์
การเก็บรักษาไขมันไว้เพื่อใช้หลายครั้ง
มักมีคำถามบ่อยครั้งถ้าการเก็บไขมันไว้ใช้ได้หลายครั้งซึ่งปัจจุบันมีการเก็บโดยใช้วิธีการแช่แข็งเพื่อรักษาสภาพเซลล์แต่ผลการนำเซลล์ที่เก็บไว้มาฉีดพบว่ามีเซลล์ไขมันสลายออกมากหรือเรียกว่าไขมันติดน้อยลงนั่นเองประกอบกับขั้นตอนการเก็บเซลล์ไขมันมีราคาแพงจึงไม่เป็นที่นิยม
ใช้ไขมันของคนอื่นได้หรือไม่
การฉีดไขมันจะต้องใช้ไขมันของตนเองเท่านั้นและไม่สามารถใช้ไขมันของคนอื่นได้เนื่องจากเซลล์ของร่างกายแต่ละคนไม่สามารถเข้ากันได้
ฉีดไขมันแล้วฉีดซ้ำได้หรือไม่เมื่อไหร่ดี
การฉีดไขมันจะเข้าที่เมื่อผ่านเวลาประมาณ 1 ปีครึ่งแต่หลังจากผ่านไป 2 ถึง 3 เดือนแล้ว หากต้องการเติมไขมันเพิ่มอีกก็สามารถทำได้ในกรณีบริเวณที่ต้องการเจาะจะฉีดเพิ่มนั้นมีอาการขาดไขมันอย่างชัดเจนแต่หากยังมีไขมันไม่มากหรือยังพอรอได้แพทย์จะแนะนำให้รอผลครบ 1 ปีหรือ 1 ปี 5 เดือนแล้วจึงพิจารณาเติมไขมันอีกครั้งโดยมีข้อแนะนำว่าไม่ควรฉีดจนมากเกินไปโดยเฉพาะในวัยรุ่นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและเมื่อฉีดไขมันมากเกินไปการแก้ไขในอนาคตจะเป็นเรื่องยาก

รีวิวจากผู้ใช้บริการ


*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล


*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล


*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล


*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล


*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล


*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล


*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล


*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล


*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล




SERVICE