รีแพร์กระชับช่องคลอด


รีแพร์กระชับช่องคลอด



เมื่อผู้หญิงมีอายุเพิ่มขึ้น อยู่ในวัยหมดประจำเดือน หรือผ่านการคลอดบุตร จะส่งผลให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะระบบฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับบริเวณช่องคลอด และปัญหาที่ระบบท่อปัสสาวะ เนื่องจากคอลลาเจนและสารคัดหลั่งภายในร่างกายมีปริมาณลดลง  ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา อาทิ ช่องคลอดแห้ง มีอาการปัสสาวะเล็ด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ช่องคลอดไม่กระชับ หรือ รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น การทำ รีแพร์ จึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระชับช่องคลอดจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน หรือภาวะต่างๆ โดยไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็น รีแพร์ หรือ กระชับช่องคลอด ทำได้ 2 วิธี คือการผ่าตัดและการใช้เลเซอร์ การผ่าตัดกระชับช่องคลอดเพียงอย่างเดียวเป็นการผ่าตัดเล็ก แพทย์จะให้ยานอนหลับเพื่อให้ผู้ป่วยคลายความกังวล ใช้เวลาในการผ่าตัด 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล สำหรับการผ่าตัดแก้ไขช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนเป็นการผ่าตัดใหญ่ แพทย์จะวางยาสลบหรือให้ยาชาทางไขสันหลัง ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 3-4 วัน ผู้ที่เหมาะสำหรับการรักษา

  1. ผู้ที่คลอดบุตรเองโดยธรรมชาติ
  2. ผู้ที่มีอาการปัสสาวะเล็ด กระปริบกระปอย
  3. ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์มาเป็นระยะเวลานาน
  4. ผู้ที่ใกล้หมดประจำเดือน
  5. ผู้ที่มีสภาวะช้าต่อการ Orgasm

ผู้ที่ห้ามทำการรักษา

  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะแผลติดเชื้อได้ง่าย
  2. ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศภายใน 1 สัปดาห์หรือผู้ที่เดินทางบ่อยๆ เพราะเสี่ยงแผลอักเสบและติดเชื้อได้ง่าย  
  3. อายุเกิน 70 ปีขึ้นไป
  4. มีอาการช่องคลอดอักเสบเรื้อรังหรือเป็นมะเร็งปากมดลูก
  5. กำลังทานยาสเตียรอยด์หรือยาในกลุ่มเสี่ยง
  6. มีการติดเชื้อเริมอวัยวะเพศหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  7. มีประวัติเป็นโรคแพ้แสง

ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษา

  1. เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก แต่ต้องทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง จะสัมผัสได้ถึงการกลับไปเป็นเด็กสาวทั้งภายนอกและภายใน
  2. คืนความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ ทำให้กล้ามเนื้อช่องคลอดแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นขึ้น
  3. ลดอาการกลั้นปัสสาวะเล็ดและกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

วิธีการเตรียมตัวก่อนการรักษา

  1. ปรึกษาแพทย์และตรวจสุขภาพภายในก่อนทำ
  2. แจ้งโรคประจำตัวหรือการแพ้ยาให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  3. ควรทำในช่วงที่ประจำเดือนหมดไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการอักเสบของแผล
  4. ควรตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูกให้เรียบร้อย
  5. งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

วิธีการดูแลหลังการรักษา

    1. ผู้ป่วยต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ 2 เดือน
    2. งดออกกำลังกาย 1 เดือน
    3. ไม่ยกของหนัก พยายามเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด เดินให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกันแผล-แยกและเกิดการอักเสบ
    4. พักผ่อนให้มาก
    5. รับประทานอาหารได้ตามปกติ
    6. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
    7. ทำความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดด้วยน้ำสะอาดในเวลาเช้า-เย็น
    8. พบแพทย์ตามนัด
    9. ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำการรักษา

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดทำรีแพร์

  1. เสียเลือดมาก
  2. เกิดการติดเชื้อ
  3. ผนังกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ทะลุ
  4. ผ่าตัดบริเวณฝีเย็บสูงเกินไปอาจทำให้เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  5. อวัยวะเพศอาจผิดรูปร่าง


SERVICE